สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี “ จำนำพัดยศ “
กาลครั้งหนึ่ง วันฉัตรมงคลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้อารธนาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไปร่วมในพระราชพิธี ที่วัดพระแก้ว
เมื่อสังฆการีมานิมนต์ท่านแล้ว พอถึงวันพระราชพิธี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จก็ข้ามเรือที่ท่าน้ำ ระหว่างนั้นแม่ค้าขายแตงโม ซึ่งอยู่ที่ท่าข้ามถามว่า “เจ้าประคุณสมเด็จจะไปไหน?” ท่านบอกว่า “วันนี้ในหลวงนิมนต์ไปฉันเพลที่วัดพระแก้ว เนื่องในงานฉัตรมงคล”
แม่ค้าแตงโมพูดต่อไปว่า “อิฉันมีเรื่องใหญ่ขอปรึกษาเจ้าประคุณสมเด็จหน่อยเจ้าค่ะ” ท่านถามว่า “จะปรึกษาอะไร” เขาบอกว่า “มีเรื่องใหญ่ อิฉันมีลูกสาวเป็นทาสเขาอยู่กับเถ้าแก่ฮง เจ้าของหวย ก.ข. เป็นเบี้ยทาสอยู่ ๓ บาท ลูกสาวคนนี้กำลังแรกรุ่น เถ้าแก่ฮงยืนคำขาดมาเจ้าค่ะว่า ถ้าไม่เอาเงินไปไถ่เขา จะเอาลูกสาวทำเมีย ลูกสาวอิฉันไม่ยอม ขอร้องให้ดิฉันช่วย อิฉันก็ไม่มีเงิน จึงต้องขอพึ่งบารมีของท่านเจ้าประคุณสมเด็จเจ้าค่ะ”
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ล้วงในย่ามมีเงินอยู่แค่ ๑๘ สตางค์ ไม่พอจะไถ่ตัวได้ นิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ท่านโพล่งขึ้นว่า ได้การหละ เงิน ๓ บาท ไม่เป็นปัญหา วันนี้เอ็งได้แน่ แล้วท่านเจ้าประคุณสมเด็จก็หยิบตาลปัตรให้แม่ค้าแตงโมถือไว้ ต่างว่าจำนำพัดกับนางพร้อมกำชับว่า วันนี้จะไปไหนไม่ได้ ให้รออยู่ตรงนี้ ถ้าไปที่อื่นขรัวโตหัวขาดแน่
แม่ค้าแตงโมก็ถามว่า “แล้วแตงโมเต็มลำเรือนี้จะทำอย่างไรล่ะ พระเดชพระคุณ” ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ตอบว่า ก็เททิ้งน้ำไป วันนั้นแตงโมลอยเต็มแม่น้ำ คนโจษจันกันใหญ่ ถามว่าใครเทแตงโมลงแม่น้ำ ก็มีคำตอบว่า สมเด็จโตเทลงแม่น้ำ พวกเล่นหวยรุมแทง ต. (ปิดติด) กันทั้งสองฝั่งฟากแม่น้ำเจ้าพระยา คืนนั้นหวย ก.ข. ออกตัว ต.จริง ๆ เจ้าประคุณสมเด็จถึงถูกโจษขานว่าให้หวยดุจเอามือไปล้วงเอง
ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ในวัดพระแก้ว พอถวายภัตตาหารพระเถรานุเถระฉันเสร็จแล้ว ต่างก็ยกพัดยศกันพรึ่บพรั่บ คงเหลือแต่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต) องค์เดียวที่นั่งตาปริบ ๆ พระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรเห็นเข้าก็พิโรธ สั่งสังฆการี (แหวง ป.๙ ประโยค) เข้าไปถามท่านเจ้าประคุณสมเด็จ ว่า พัดหายไปไหน สังฆการีก็คลานมาถามว่า “พระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จ พัดไปไหนเสีย” ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ (โต) ไม่ค่อยชอบพวกที่จบเปรียญเป็นมหาแล้วสึกออกมาเป็นสังฆการี ท่านก็ตอบไปว่า “เธอไปทูลพระเจ้าอยู่หัว พัดของขรัวโตเอาไปจำนำเขา” สังฆการีคลานต้วมเตี้ยมไปกราบบังคมทูลรัชกาลที่ ๔ ตามที่บอก พระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งว่า “ไปถามเจ้าคุณซิว่า จำนำไว้กี่บาท” สังฆการีก็คลานมาถามอีก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จตอบว่า “จำนำไว้ ๓ บาท” สังฆการีก็ไปกราบบังคมทูลว่า จำนำไว้ ๓ บาท พระเจ้าอยู่หัวกริ้วหนักตรัสว่า “เฮ้ยมึงไปถามว่าจำนำไว้ ๓ บาท จำนำไว้ที่ไหน พิธีของกูจะเสียอยู่แล้วมึงรู้หรือเปล่า” สังฆการีก็คลานมาถามอีก ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ กล่าวว่า “อาตมภาพจำนำไว้กับแม่ค้าแตงโมที่ท่าน้ำ” รัชกาลที่ ๔ จึงให้เงิน ๓ บาทไปไถ่มา ในที่สุดก็ยถาสัพพีกันจนพิธีเสร็จ
นี้คือมหาเมตตาของท่านสมเด็จโต ที่มีต่อสัตว์โลกและมวลมนุษย์อย่างไม่มีประมาณ ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ เป็นมหาเมตตาโดยแท้….
ตรีรัก……..(จี้กง รำพัน)







