วอชิงตัน – ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ลงนามในหนังสือแจ้งการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าใหม่สำหรับ 12 ประเทศ และจะเริ่มส่งออกในวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 โดยเป็นมาตรการภาษีที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ หากประเทศคู่ค้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายในกำหนด
ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุด ทรัมป์ระบุว่า การใช้หนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการเป็นวิธีที่ “ตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพกว่า” มากกว่าการเจรจาแบบยืดเยื้อ พร้อมเผยว่าเอกสารดังกล่าวเป็นลักษณะ “take it or leave it” (ตกลงตามนี้หรือไม่ก็ยอมรับภาษีสูง)
รายละเอียดสำคัญ:
- จำนวนประเทศ: 12 ประเทศที่ได้รับหนังสือแจ้งอัตราภาษีใหม่
- ช่วงภาษี: เริ่มตั้งแต่ 10% ไปจนถึงสูงสุด 70%
- มีผลบังคับใช้: วันที่ 1 สิงหาคม 2568
- เส้นตายการเจรจา: ภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มี 2 ประเทศที่ได้บรรลุข้อตกลงแล้ว ได้แก่:
- สหราชอาณาจักร: เห็นชอบคงอัตราภาษี 10% พร้อมสิทธิพิเศษด้านชิ้นส่วนรถยนต์
- เวียดนาม: เห็นชอบลดภาษีสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องจักรจาก 46% เหลือ 20%
ขณะที่อีกหลายประเทศ เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และชาติในยุโรป ยังคงอยู่ในระหว่างการเจรจา และหากไม่สามารถตกลงได้ทันเวลา อาจถูกเรียกเก็บภาษีตามอัตราใหม่ที่สูงกว่าเดิมอย่างมาก
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:
- กระทบเสถียรภาพทางการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมายังสหรัฐฯ
- ตลาดหุ้นและค่าเงินในประเทศเป้าหมายอาจผันผวน หากมีการตอบโต้ทางการค้า
- สินค้าบางประเภท เช่น อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม อาจมีราคาสูงขึ้นในสหรัฐฯ
วิเคราะห์:
นักวิเคราะห์มองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “America First” ที่เน้นกีดกันการค้าจากภายนอก และอาจเป็นกลยุทธ์สร้างแรงกดดันก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปลายปีนี้ ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่หลายประเทศจะใช้มาตรการตอบโต้กลับ เช่น การจำกัดการนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หรือขึ้นภาษีตอบแทน
ที่มา: Reuters






