วันที่ 29 พ.ค. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มอบหมายให้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการให้นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และนายอิสรา เจริญชาศรี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน นำกำลังพนักงานฝ่ายปกครองและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และกองการสื่อการ กรมการปกครอง เข้าตรวจสอบสถานที่ที่มีพฤติการณ์เปิดเป็นร้านจำหน่ายชิ้นส่วนอาวุธปืน และซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรสาคร
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา กรมการปกครองได้เข้าจับกุม “โจ๋หัวใสรับออเดอร์ปืนเถื่อนมาขายผ่านสื่อออนไลน์” ที่ฮิตกันในหมู่เด็กช่าง จากการขยายผล พบว่า มีอินฟลูเอนเซอร์ จำนวน 3 ราย ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึงหลายแสนคน ได้มีการเปิดให้บริการตกแต่งซ่อมแซมอาวุธปืน โดยไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียน และมักมีการลงคลิปเกี่ยวกับการแนะนำอาวุธปืนและการเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนหลายชนิด เปิดให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ และยังมีหน้าร้านค้าที่จำหน่ายชิ้นส่วน สินค้าของอาวุธปืนที่นำไปประกอบเป็นอาวุธปืนได้
ทีมสืบสวนฯ จึงได้ทำการติดต่อไปยัง อินฟลูเอ็นเซอร์ 3 รายดังกล่าว โดยทำทีว่าจะเข้าไปซื้อชิ้นส่วนอาวุธปืนและเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน โดยใช้แอปพลิเคชัน LINE ติดต่อพูดคุยตรวจสอบ จนเป็นที่แน่ชัดว่า เป็นร้านไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน (ใบ ป.5) จึงนำมาสู่การขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญา และศาลจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีพื้นที่เป้าหมายอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 แห่ง และ จังหวัดสมุทรสาคร 1 แห่ง ซึ่งจากการเข้าทำการตรวจสอบทั้ง 3 แห่ง ในครั้งนี้ พบชุดลั่นไก เข็มแทงชนวน อะไหล่อาวุธปืน และอุปกรณ์ตกแต่งปืนจำนวนมาก เจ้าของร้านไม่สามารถแสดงใบอนุญาตให้ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ปืน (ใบ ป.5) ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา
1) “จำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4,000 – 40,000 บาท
2) “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4,000 – 40,000 บาท
3) “มีส่วนหนึ่งส่วนใดของอาวุธปืนตามที่กำหนดในกฎกระทรวงไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท







