วันที่ 23 ต.ค.2564 บรรยากาศช่วงเช้าตรู่ ที่กุฏิสุญญตา ภายในสำนักสงฆ์เกพลิตาโพธิวิหาร หรือวัดหลวงพ่อหยกขาว ต.หนองบอน อ.เมือง จ.สระแก้ว มีบรรดาลูกศิษย์อดีตพระยันต์ตระ แต่งกายนุ่งขาวห่มขาวมาปฏิบัติธรรม มานั่งคอยเพื่อส่งอดีตพระยันตระ หลังจากที่เดินทางมาที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดยวันนี้อดีตพระยันตระ มีกำหนดเดินทางไปเยี่ยมญาติธรรมหลายที่ ก่อนที่จะครบเวลาบินกลับประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 27 ต.ค. ที่จะถึงนี้ โดยจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของอดีตพระยันตระคือ คิดถึงบ้านเกิดหลังจากไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2535 และมาออกพรรษากับพี่น้องญาติธรรม หลังจากนั้นได้บอกลาทุกๆคนบรรดาญาติธรรมต่างร้อง สาธุ
มีรถตู้สีขาวทะเบียน 1นก.6545 กทมฯ. เดินทางเข้าจังหวัดปราจีนบุรีมีรถติดตามส่งอีก 5คัน ทั้งนี้อดีตพระยันตระไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชน พูดเพียงสั้นๆว่า “ลาแล้วนะ” ก่อนเดินขึ้นรถตู้ไป ขณะเดียวกัน ไม่พบพระมหาภวศุธ์ เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เกพลิตาโพธิวิหารออกมาส่งอดีตพระยันตระ ผู้สื่อข่าวจึงถามแม่ชีซึ่งเป็นเลขาเจ้าอาวาสได้คำตอบสั้นๆว่า ท่านเจ้าอาวาสไม่สะดวกมา
ขณะที่เฟซบุ๊ก ยันตระ แห่งสุญญตาราม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลวงปู่หรือพระอาจารย์ยันตระและคณะได้เดินทางออกจากเกพลิตาโพธิวิหาร จังหวัดสระแก้วแล้วเมื่อเวลา ๐๗.๐๐ น. ในส่วนตัวผู้เขียนเองในฐานะผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้ท่านกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ รู้สึกปลื้มปีติยินดีและซาบซึ้งใจอย่างที่สุดที่ท่านมาเยี่ยมเยียนจังหวัดสระแก้ว
ในส่วนที่เป็นผลกระทบจากข่าวที่ฮือฮาโด่งดังในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานั้น ในส่วนตัวแล้วไม่ค่อยหนักใจอะไร เพราะเป็นบรรยากาศเสมือนญาติผู้ใหญ่ซึ่งเดินทางจากแดนไกล มาเยี่ยมเยียนนั่นเอง
เพียงอยากฝากมายังท่านที่ถ่ายคลิปแล้วหลุดออกไปสู่มวลชน จะเป็นความตั้งใจหรือไม่รู้เท่าถึงการณ์ก็ตาม แม้ภาพเหล่านั้นจะไม่ได้เกิดขึ้นที่เกลิตาโพธิวิหาร แต่บรรดาเหล่าศิษย์ต่างก็รู้กันดีว่าเหตุการณ์เหล่าเกิดขึ้นสถานที่ไหน
ในช่วงที่พระอาจารย์ท่านยังอยู่ที่ปทุมธานีก่อนที่ท่านจะจากประเทศไทย จงหาโอกาสเอาพานธูปเทียนแพไปกราบขอขมาท่านพระอาจารย์และคณะสงฆ์เสียเร็วไว ถ้านิ่งเฉยหรือทำไม่รู้ไม่ชี้จะต้องพบกับความเสียใจ อาจนำความวิบัติใหญ่มาสู่ตัวเองครอบครัวหรือวงศ์ตระกูล เมื่อขอขมาแล้วจากหนักก็จะผ่อนเป็นเบาการที่ทำอะไรแล้วนำความเดือดร้อนความเสียหายมาสู่ท่านพระอาจารย์ในลักษณะนี้ต่อไปพวกเราไม่สมควรให้เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว
จงช่วยกันนำความสบายใจและแบ่งเบาภาระจากท่านให้ท่านได้สบายเสียทีในตอนแก่ เลิกคิดได้แล้วว่า “ท่านใจดี ไม่ว่าอะไรใคร ไม่เคยตำหนิ ฉันจะทำอะไรยังไงกับท่านก็ได้ ไม่เห็นจะผิดอะไร” มนุษย์อย่างท่านพระอาจารย์นี้แหละที่บัณฑิตนักปราชญ์ท่านถือกันนักว่า “เป็นบุคคลที่คนทั่วไปต้องยกท่านไว้ในที่อันควร จะไปประมาทหรือทำอะไรอย่างมักง่ายต่อบุคคลประเภทนี้ไม่ได้เลย” อย่างที่ท่านพูดกับนักข่าวว่า “อาตมาเป็นพระแท้ ไม่ใช่พระหลอก” ก็คือท่านพยายามจะบอกทุกคนว่าท่านคือพระแท้ที่เข้าถึงธรรม ที่ไม่ว่าจะแต่งกายหรืออยู่ในรูปแบบเช่นใด ก็ยังเป็นพระแท้อยู่เหมือนเดิม บุคคลที่เข้าถึงสุญญตา ย่อมใช้ชีวิตอย่างอิสระและเบิกบาน อยู่เหนือกฎเกณฑ์หรือรูปแบบตามสมมุติโลก…..
ตรีรัก………(จี้กง รำพัน)







