วันพุธ, เมษายน 29, 2026
หน้าแรกอาชญากรรมตำรวจทางหลวง รวบขบวนการหลอกเช่ารถแล้วส่งขาย เสียหายกว่า 12 ล้าน

ตำรวจทางหลวง รวบขบวนการหลอกเช่ารถแล้วส่งขาย เสียหายกว่า 12 ล้าน

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

ตำรวจทางหลาง เปิดปฏิบัติการ Fast Fraud Furious ล่า Young Mastermind อดีตแชมป์ประเทศไทยโครงงานธุรกิจของมหาลัยดัง วางแผนลักทรัพย์รถยนต์โดยใช้กลอุบายกว่า 24 คันีมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) พล.ต.ต.คงกฤช  เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. พ.ต.อ.บุญลือ  ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป.ปฎิบัติราชการ บก.ทล. พ.ต.อ.ภคพล  สุชล ผกก.2 บก.ทล. พ.ต.ท.กฤตย์   ธีรเวศย์สุวรรณ สวญ.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุม นายภัทรจารินทร์, น.ส.มนัญชยา, น.ส.พรพรรณ, น.ส.นวรัตน์ ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้กลอุบาย”
สืบเนื่องจากปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาหลังจากมีการแถลงข่าวของ กก.2 บก.ทล.ทลายขบวนการฟอกขาวรถยนต์ ก็ได้มีผู้เสียหายเป็นเจ้าของบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่งใน กทม.แจ้งว่าตนเองได้เห็นการแถลงข่าวของจนท.แล้วเชื่อว่า จนท.ตำรวจทางหลวงน่าจะช่วยตนเองจากแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้ได้ ผู้เสียหายแจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค.68 ได้มี นายแจ็ค(ชายไม่ทราบชื่อสกุลจริง)ได้ติดเข้ามาหาผู้เสียหายและ ได้อ้างว่าตนเป็นพนักงานของ นิติบุคคลแห่งหนึ่ง ย่านลำผักชี (บริษัท เอ็ม วาย เอ็น คิทเช่น 2043 จำกัด) และได้ใช้อุบาย อ้างกับผู้เสียหายว่า ทางนิติบุคคลดังกล่าวต้องการที่จะเช่ารถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คัน โดยเช่าเป็นระยะเวลา 5 ปี และตกลงค่าเช่ากันที่เดือนละ 19,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องชำระเงินค่าเช่าล่วงหน้า 1 เดือน และได้มีการพาผู้เสียหายเข้าไปดูที่ตั้งและสถานที่ประกอบการของ นิติบุคคลดังกล่าว โดยแอบอ้างว่าเป็นบริษัทที่กระทำการเกี่ยวกับการชำแหละเนื้อสัตว์ปีกและต้องการใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะในการขนย้ายและส่งสินค้าไปยังผู้ประกอบการต่าง ๆ โดยบริษัทดังกล่าวได้ตั้งอยู่ที่พื้นที่ สน.ลำผักชี โดยมีนางสาวพรพรรณฯ แสดงตนเป็นผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคลดังกล่าว เป็นผู้ทำสัญญาเช่า และชำระค่าเช่ารถทั้ง 6 คันล่วงหน้า จนวันที่ 27 ม.ค.68 ได้มีการนัดส่งมอบ รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก (รถกระบะ) จำนวน 6 คัน กันที่โรงงานของบริษัท เอ็ม วาย เอ็น คิทเช่น 2043 จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมบึงโคล่ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ต่อมาวันที่ 29 ม.ค.68 ทางผู้เสียหายได้ตรวจสอบระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก จำนวน 6 คันพบว่า ได้มีการถอดระบบนำทาง (GPS) ของรถยนต์ ทั้ง 6 คัน ออกทันทีหลังรับมอบรถยนต์ และเมื่อผู้เสียหายติดต่อไปยังนิติบุคคลดังกล่าวก็บ่ายเบี่ยงและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเดินทางมาขอความช่วยเหลือจาก จนท.ตำรวจทางหลวงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสืบสวนของ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการใช้อุบายในการหลอกลวงเช่ารถยนต์ โดยมีลักษณะแผนประทุษกรรม รูปแบบเดียวกัน หลอกลวงผู้เสียหายอีก 4 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 24 คัน และได้สืบสวนจนทราบว่าได้มีการหลอกลวงและยังไม่มีการส่งมอบ จึงได้มีการติดต่อผู้เสียหาย และยับยั้งความเสียหายไว้ได้ทันท่วงที   ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและมีมูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทล. สามารถเข้าแจ้งเตือนต่อผู้เสียหายที่กำลังจะส่งมอบได้ทันเวลา จึงสามารถยับยั้งได้ทันเวลา

 

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์