การให้ทางแก่รถพยาบาลฉุกเฉิน เป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกรายควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะทุกวินาทีของผู้ป่วยที่อยู่บนรถคือความเป็นความตายที่ไม่อาจรอได้ แต่ในปัจจุบันก็ยังพบข่าวเกี่ยวกับการไม่หลบรถพยาบาลอยู่เสมอ วันนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมากขึ้น TOYOTA SURE ขออาสา อธิบายเรื่องสำคัญเกี่ยวกับรถพยาบาลฉุกเฉินให้เข้าใจกันมากขึ้น และจะมาตอบคำถามที่ว่าไม่หลบรถพยาบาลผิดกฎหมายหรือไม่? หาคำตอบได้ในบทความนี้
ความหมายของเสียงรถพยาบาลฉุกเฉิน
เสียงไซเรนรถพยาบาลฉุกเฉิน หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อรถ Ambulance จะหมายความว่าในแต่ละวินาทีคือความเป็น ความตายของผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยภายในรถพยาบาล เป็นเสียงที่เปิดเพื่อขอทางให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกราย ช่วยหลีกทางให้รถพยาบาลได้ไปก่อน ทั้งนี้รวมถึงผู้เดินเท้าด้วยเช่นกัน
ไม่หลบทางให้รถพยาบาล ผิดกฎหมายมั้ย
การขัดขวางเส้นทางการเดินรถพยาบาลฉุกเฉิน ได้มีการระบุความผิดในกฎหมายไว้อย่างชัดเจน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 76 และมาตรา 148 ที่ระบุไว้ว่า “เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้สัญญาณแสงวับวาบหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหน้าจำเป็นต้องให้ทางรถฉุกเฉินไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท” และถ้าหากเกิดเหตุร้ายแรงอย่างผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยภายในรถพยาบาลถึงแก่ความตาย อาจเข้าข่าย “กระทำผิดโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย หรือเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ดังนั้นเมื่อเห็นแสงวับวาบและเสียงไซเรนแนะนำให้รีบหลีกทางโดยทันที จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ทั้งผู้ป่วยและตัวคุณเอง
รถส่วนบุคคลติดเสียงไซเรนผิดกฎหมายมั้ย
ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจะสามารถติดเสียงไซเรนได้ รถที่สามารถติดสัญญาณแสงวับวาบและติดเสียงไซเรน ต้องผ่านการรับรองทางกฎหมาย โดยอิงจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 13 ระบุว่า “ห้ามไม่ให้รถยนต์ส่วนบุคคลใช้แสงไฟหรือเสียงไซเรนที่ดัง เสียงดังแตกพร่า เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นรถที่อธิบดีมีอำนาจให้ใช้ในรถฉุกเฉินเท่านั้น เช่น รถทหาร รถตำรวจ และรถพยาบาลฉุกเฉิน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000 บาท”
เจอรถพยาบาลเปิดเสียงไซเรนต้องทำยังไง
รถพยาบาลฉุกเฉินจะเลือกเปิดเสียงไซเรนสองแบบ ได้แก่
- เปิดเฉพาะแสงวับวาบในกรณีที่ไม่ฉุกเฉินมากนัก แต่ก็จำเป็นที่ต้องรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล
- เปิดทั้งแสงวับวาบและเสียงไซเรนพร้อมกัน ในกรณีที่เป็นเคสฉุกเฉินมาก จำเป็นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด
ดังนั้นไม่ว่าจะเห็นรถพยาบาลเปิดแบบใด ให้หลีกทางโดยเร็ว เพราะถ้าไม่หลบรถพยาบาลก็ผิดกฎหมายเช่นกัน
จากกรณีรถแท็กซี่ป้ายเขียวกีดขวางรถพยาบาลของโรงพยาบาลป่าตอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในรถฉุกเฉิน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 เม.ย.บริเวณถนนกมลา-ป่าตอง ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
พจ อสมท.ภูเก็ต ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย อายุ 62 ปี มีประวัติเป็นโรคหัวใจ ได้เกิดอาการหน้ามืดในสวนทุเรียนชุมชนกมลา ญาติประสานโรงพยาบาลป่าตองให้ส่งทีมฉุกเฉินมารับตัวตั้งแต่เวลา 08.15 น. เมื่อรถพยาบาลถึงที่เกิดเหตุแล้วรีบนำผู้ป่วยขึ้นรถ และออกวิ่งมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองภูเก็ต เพื่อส่งรักษาต่อ แต่ระหว่างทางปรากฏว่าแท็กซี่ป้ายเขียวคันหนึ่งฝ่าฝืน ไม่หลีกทาง ขับอยู่ชิดซ้ายสุดและลดความเร็ว
ทำให้รถฉุกเฉินไม่สามารถเร่งความเร็วเพื่อปั๊มหัวใจผู้ป่วยได้ทันท่วงที เบื้องต้นทีมแพทย์ฉุกเฉินพยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และยืนยันเสียชีวิตในเวลาประมาณ 08.45 น. ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า รถพยาบาลเปิดไซเรนเต็มที่ แต่แท็กซี่ไม่ยอมหลบ ทางคับแคบมาก ถ้าหลบให้นิดเดียวก็อาจช่วยชีวิตได้
ด้านโรงพยาบาลป่าตอง และตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมเรียกคนขับแท็กซี่มาสอบสวน เบื้องต้นตั้งข้อหาขับขี่กีดขวางรถฉุกเฉินและละเมิดสิทธิผู้ป่วย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบเส้นทางการสัญจรเพื่อปรับปรุงมาตรการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมรณรงค์ให้ผู้ใช้ถนนหลีกทางรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อป้องกันเหตุสูญเสียซ้ำซากในอนาคต
ที่มา : ข่าวสด







