วันศุกร์, สิงหาคม 7, 2026
หน้าแรกข่าวด่วน"คชสีห์ 1" นายกฯ สมาคมผู้สื่อข่าวอาสาสมัคร มองคู่กรณีเจตนา ไม่หลบรถพยาบาล ขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อ "หาฆ่าผู้อื่น!! "

“คชสีห์ 1” นายกฯ สมาคมผู้สื่อข่าวอาสาสมัคร มองคู่กรณีเจตนา ไม่หลบรถพยาบาล ขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อ “หาฆ่าผู้อื่น!! “

อ่านข่าวนี้กดที่นี่
หนึ่งชีวิตที่รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่บนรถกำลังพยายามพาหนีจากความสูญเสีย
แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อให้พ้นจากมือพยามัจจุราชได้ เพียงเพราะวินัยของผู้ขับขี่ และใช้รถใช้ถนนบนถนนหลวงในประเทศนี้  นายปรีชา วัชระนัย  คชสีห์ 1 , E21NXS นายกสมาคมผู้สื่อข่าวอาสาสมัคร มองว่าเหตุการณ์นี้ ไม่น่าจะเป็นการประมาทร่วมตามที่เป็นข่าว ดูจากคลิปวีดีโอแล้ว  เจตนาไม่หลบรถพยาบาลขณะขับรถส่งผู้ป่วย ระวังเจอข้อหาฆ่าผู้อื่น!!

 

การให้ทางแก่รถพยาบาลฉุกเฉิน เป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกรายควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะทุกวินาทีของผู้ป่วยที่อยู่บนรถคือความเป็นความตายที่ไม่อาจรอได้ แต่ในปัจจุบันก็ยังพบข่าวเกี่ยวกับการไม่หลบรถพยาบาลอยู่เสมอ วันนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถได้ตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมากขึ้น TOYOTA SURE ขออาสา อธิบายเรื่องสำคัญเกี่ยวกับรถพยาบาลฉุกเฉินให้เข้าใจกันมากขึ้น และจะมาตอบคำถามที่ว่าไม่หลบรถพยาบาลผิดกฎหมายหรือไม่? หาคำตอบได้ในบทความนี้

ความหมายของเสียงรถพยาบาลฉุกเฉิน

เสียงไซเรนรถพยาบาลฉุกเฉิน หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อรถ Ambulance จะหมายความว่าในแต่ละวินาทีคือความเป็น ความตายของผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยภายในรถพยาบาล เป็นเสียงที่เปิดเพื่อขอทางให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกราย ช่วยหลีกทางให้รถพยาบาลได้ไปก่อน ทั้งนี้รวมถึงผู้เดินเท้าด้วยเช่นกัน

ไม่หลบทางให้รถพยาบาล ผิดกฎหมายมั้ย

การขัดขวางเส้นทางการเดินรถพยาบาลฉุกเฉิน ได้มีการระบุความผิดในกฎหมายไว้อย่างชัดเจน ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 76 และมาตรา 148 ที่ระบุไว้ว่า “เมื่อเห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้สัญญาณแสงวับวาบหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ผู้ขับขี่ที่อยู่ด้านหน้าจำเป็นต้องให้ทางรถฉุกเฉินไปก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 500 บาท” และถ้าหากเกิดเหตุร้ายแรงอย่างผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยภายในรถพยาบาลถึงแก่ความตาย อาจเข้าข่าย “กระทำผิดโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย หรือเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ดังนั้นเมื่อเห็นแสงวับวาบและเสียงไซเรนแนะนำให้รีบหลีกทางโดยทันที จะได้ไม่สร้างปัญหาให้ทั้งผู้ป่วยและตัวคุณเอง

รถส่วนบุคคลติดเสียงไซเรนผิดกฎหมายมั้ย

ไม่ใช่ว่ารถทุกคันจะสามารถติดเสียงไซเรนได้ รถที่สามารถติดสัญญาณแสงวับวาบและติดเสียงไซเรน ต้องผ่านการรับรองทางกฎหมาย โดยอิงจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 13 ระบุว่า “ห้ามไม่ให้รถยนต์ส่วนบุคคลใช้แสงไฟหรือเสียงไซเรนที่ดัง เสียงดังแตกพร่า เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นรถที่อธิบดีมีอำนาจให้ใช้ในรถฉุกเฉินเท่านั้น เช่น รถทหาร รถตำรวจ และรถพยาบาลฉุกเฉิน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 1,000 บาท”

เจอรถพยาบาลเปิดเสียงไซเรนต้องทำยังไง

รถพยาบาลฉุกเฉินจะเลือกเปิดเสียงไซเรนสองแบบ ได้แก่

  1. เปิดเฉพาะแสงวับวาบในกรณีที่ไม่ฉุกเฉินมากนัก แต่ก็จำเป็นที่ต้องรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล
  2. เปิดทั้งแสงวับวาบและเสียงไซเรนพร้อมกัน ในกรณีที่เป็นเคสฉุกเฉินมาก จำเป็นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

ดังนั้นไม่ว่าจะเห็นรถพยาบาลเปิดแบบใด ให้หลีกทางโดยเร็ว เพราะถ้าไม่หลบรถพยาบาลก็ผิดกฎหมายเช่นกัน

จากกรณีรถแท็กซี่ป้ายเขียวกีดขวางรถพยาบาลของโรงพยาบาลป่าตอง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสียชีวิตภายในรถฉุกเฉิน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 เม.ย.บริเวณถนนกมลา-ป่าตอง ต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

พจ อสมท.ภูเก็ต ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย อายุ 62 ปี มีประวัติเป็นโรคหัวใจ ได้เกิดอาการหน้ามืดในสวนทุเรียนชุมชนกมลา ญาติประสานโรงพยาบาลป่าตองให้ส่งทีมฉุกเฉินมารับตัวตั้งแต่เวลา 08.15 น. เมื่อรถพยาบาลถึงที่เกิดเหตุแล้วรีบนำผู้ป่วยขึ้นรถ และออกวิ่งมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองภูเก็ต เพื่อส่งรักษาต่อ  แต่ระหว่างทางปรากฏว่าแท็กซี่ป้ายเขียวคันหนึ่งฝ่าฝืน ไม่หลีกทาง ขับอยู่ชิดซ้ายสุดและลดความเร็ว

ทำให้รถฉุกเฉินไม่สามารถเร่งความเร็วเพื่อปั๊มหัวใจผู้ป่วยได้ทันท่วงที เบื้องต้นทีมแพทย์ฉุกเฉินพยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และยืนยันเสียชีวิตในเวลาประมาณ 08.45 น. ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า รถพยาบาลเปิดไซเรนเต็มที่ แต่แท็กซี่ไม่ยอมหลบ ทางคับแคบมาก ถ้าหลบให้นิดเดียวก็อาจช่วยชีวิตได้

ด้านโรงพยาบาลป่าตอง และตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมเรียกคนขับแท็กซี่มาสอบสวน เบื้องต้นตั้งข้อหาขับขี่กีดขวางรถฉุกเฉินและละเมิดสิทธิผู้ป่วย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบเส้นทางการสัญจรเพื่อปรับปรุงมาตรการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมรณรงค์ให้ผู้ใช้ถนนหลีกทางรถพยาบาลฉุกเฉิน เพื่อป้องกันเหตุสูญเสียซ้ำซากในอนาคต

#หมายเหตุ1 :
– รถA = รถAdvance เป็นรถกู้ชีพขั้นสูง มีอุปกรณ์ที่ครบครันในระดับมาตรฐาน และทีมเจ้าหน้าที่ระดับวิชาชีพชำนาญการ เช่นรถพยาบาลของโรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่ระดับหมอ หรือเจ้าหน้าที่เวชกรการแพทย์ฉุกเฉิน และพยาบาลวิชาชีพ
– รถB = รถBasic เป็นรถพยาบาลระดับพื้นฐานมีอุปกรณ์การช่วยเหลือเบื้องต้น เข้นรถกู้ชีพอบต. รถอาสาสมัครมูลนิธิต่างๆ รถพยาบาลหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆ มีเจ้าหน้าที่ระดับวิชาชีพพื้นฐานเช่นพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (EMT.)
อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ (EMR.)

 

ที่มา : ข่าวสด

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์