วันที่ 9 ต.ค.64 ที่ บก.ป.พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.กก.1บก.ป. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายพลกร อายุ 28 ปี ข้อหาฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และไม่มีสิทธิสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานหรือใชัยศตำแหน่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือสิ่งที่หมายถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ พร้อมของกลางสิ่งเทียมอาวุธปืน 3กระบอก เครื่องหมายขีดความสามารถหลักสูตรรบพิเศษแขนงการลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก และจู่โจมนาวิกโยธิน แหวนสัญลักษณ์ตราแผ่นดิน,แหวนสัญลักษณ์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ,เสื้อกันกระสุน,เสื้อกั๊กสีดำมีตรากองบังคับการปราบปราม, ภาพถ่ายเคียงธงโรงเรียนนายร้อยตำรวจ, เอกสารให้มีและใช้อาวุธปืนโทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านซอยกอไผ่ ถนนเทพประสิทธิ์ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า มีผู้เสียหายได้เข้ามาร้องทุกข์ที่กองปราบ หลังถูกบุคคลแอบอ้างเป็นนายตำรวจคนสนิทของตน หลอกร่วมลงทุนทำร้านอาหาร ทั้งยังปลอมไลน์ของตน พูดคุยกันเหมือนสนิทจริง จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมโอนเงินให้ สุดท้ายมารู้ผู้ว่าถูกหลอกลวง
พล.ต.ต.มนตรี กล่าวว่า นายพลกร อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ จบ นรต.รุ่น 64 หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจร้านอาหาร ออกอุบายอ้างว่า เป็นตำรวจกองปราบปรามมีความสนิทสนมคุ้นเคยทั้งเป็นลูกน้องคนสนิทของพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองผบช.ก. ได้ไปเซ้งร้านอาหาร และต้องการให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารด้วย เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ดี นอกจากนี้ยังมีการสร้างความน่าเชื่อถือจากการที่ปลอมไลน์หลักฐานการพูดคุยระหว่างไลน์ที่ใช้ชื่อว่า “ผู้การกองปราบ”, “พี่ก้อง”, “THE KONG” กับไลน์ของผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายดูว่า พูดคุยกับ พล.ต.ท.จิรภพ จริง รวมทั้งแอบอ้างอีกว่า เป็นหลานนายทหารระดับสูง โดยหลักฐานการพูดคุยดังกล่าว เป็นหลักฐานที่สร้างขึ้นมาเองทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไป รวม 162 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย 1.6 ล้านบาท
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อเหตุจริง ส่วนสาเหตุที่อ้างเป็นตำรวจนั้น เพราะส่วนตัวมีความชื่นชอบตำรวจอดีตเคยสอบเข้ารร.พลตำรวจ แต่สอบไม่ติด ที่อ้างถึงพล.ต.ท.จิรภพ เพราะเห็นว่าเป็นตำรวจที่มีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ดี มีความน่าเชื่อถือ สำหรับที่อ้างเป็นนายร้อยตำรวจรุ่น 64 เพราะเป็นช่วงอายุที่ใกล้เคียงกันน่าจะทำให้เหยื่อหลงเชื่อได้ ตรวจสอบพบมีหมายจับติดตัวอีก 2 หมาย นำตัวส่ง กก.1.บก.ป ดำเนินคดีตีอไป………..
ข้อมูลภาพข่าวจาก: https://policenewsvarieties.com/








