นักโทษปะทะกันในเรือนจำ สังหารโหด คนตายเกลื่อน พบดับแล้วอย่างน้อย 116 ศพ ถูกตัดคอ 5 ศพ ชี้เป็นเหตุปะทะในเรือนจำที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ ยังไม่มั่นใจจะคุมอยู่หรือไม่
วันที่ 29 กันยายน 2564 สำนักข่าวเอพี มีรายงานเหตุการณ์นองเลือดครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศเอกวาดอร์
หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างผู้ต้องขัง 2 แก๊ง ภายในเรือนจำ Litoral ของเมืองกัวยากิล จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกองเกลื่อน ดับอย่างน้อย 116 ศพ ในจำนวนนี้พบว่ามีอย่างน้อย 5 ศพที่ถูกตัดศีรษะ ขณะที่ผู้บาดเจ็บมีจำนวนมากถึง 80 ราย
2 แก๊ง แย่งชิงอำนาจ ปะทะโหดด้วยปืน – มืด – ระเบิด
เจ้าหน้าที่เผยว่า เหตุการณ์นองเลือดครั้งนี้เกิดขึ้นจากแก๊งที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาระหว่างประเทศ ซึ่งได้ปะทะกันเพื่อแย่งชิงอำนาจในการควบคุมเรือนจำ โดยเป็นความพิพาทระหว่างแก๊ง “Los Lobos” และ “Los Choneros”
เหตุปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (28 กันยายน) คือสถานการณ์สุดโหดเหี้ยมไม่ต่างจากสมรภูมิรบ ผู้ต้องขังมีการห้ำหั่นกันด้วยอาวุธต่าง ๆ ทั้งปืน มีด และระเบิด โดยบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ต่อภาพภายในแดน 9 และ 10 ของเรือนจำดังกล่าว ซึ่งมีศพของผู้เสียชีวิตนอนเกลื่อนหลายสิบร่าง
นอกห้องเก็บศพของเรือนจำเต็มไปด้วยเสียงร่ำไห้ของญาติผู้ต้องขัง ซึ่งต้องสูญเสียบุคคลที่รักไปจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยหลายศพถูกสังหาร บั่นคอ หรือแม้แต่ถูกแยกชิ้นส่วน
นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ รัฐเผชิญความท้าทาย
ด้าน เลดี ซูนิกา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเอกวาดอร์เมื่อปี 2559 ชี้ว่า ในประวัติศาสตร์ของประเทศไม่เคยมีเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกับเหตุในครั้งนี้มาก่อน เธอรู้สึกเสียใจที่ขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้ถูกนำมาปฏิบัติ เพื่อป้องกันเหตุการณ์สังหารหมู่ไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ นับตั้งแต่เกิดเหตุจลาจลในเรือนจำเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ด้านประธานาธิบดีกิลเลอร์โม ลาส์โซ ได้ประกาศสภาวะฉุกเฉินในระบบเรือนจำทั้งประเทศ อนุญาตให้มีการส่งกองกำลังตำรวจและทหารเข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในเรือนจำ Litoral เป็นเหตุการณ์เลวร้ายและน่าเศร้า ซึ่งขณะนี้เขาก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถชิงอำนาจในการควบคุมเรือนจำกลับมาได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เขาจะดำเนินการด้วยความมุ่งมั่นเพื่อเรียกคืนอำนาจในการควบคุมเรือนจำดังกล่าวกลับมา และป้องกันไม่ให้มีความรุนแรงแพร่ลามไปยังเรือนจำแห่งอื่น
ด้าน พันเอก มาริโอ ปาซมิโน อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของทหารเอกวาดอร์ กล่าวว่า เหตุนองเลือดในครั้งนี้สื่อให้เห็นว่าองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้แทรกซึมโครงสร้างเรือนจำของเอกวาดอร์แล้ว โดยพบว่ามีแก๊ง Sinaloa และ Jalisco New Generation จากเม็กซิโก เข้ามาทำงานผ่านทางแก๊งท้องถิ่นในประเทศ
ด้าน ฟอสโต โคโบ อดีตผู้อำนวยการกรมราชทัณฑ์เอกวาดอร์ เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ภายในเรือนจำต้องเผชิญกับกลุ่มอำนาจที่เทียบเท่าหรือยิ่งใหญ่กว่ารัฐ ในขณะที่กองกำลังรักษาความปลอดภัยต้องบุกเข้าไปในเรือนจำพร้อมกับโล่ โดยไร้อาวุธ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือกลุ่มผู้ต้องขังที่มีอาวุธประสิทธิภาพสูง
ความรุนแรงในเรือนจำ เกิดขึ้นต่อเนื่อง
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ เอกวาดอร์ได้เผชิญเหตุการณ์นองเลือดครั้งเลวร้าย ที่ทำให้มีผู้ต้องขัง 79 ราย เสียชีวิตในเรือนจำ 3 แห่ง กระทั่งเดือนกรกฎาคม ก็เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในระบบเรือนจำของเอกวาดอร์ขึ้นอีกจนมีผู้ต้องขังเสียชีวิตมากกว่า 100 ราย แต่ความสูญเสียดังกล่าวเป็นตัวเลขจากเรือนจำหลายแห่ง ซึ่งไม่อาจเทียบได้เลยกับความสูญเสียจากเหตุนองเลือดครั้งล่าสุดนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก AP , K@pook!








