วันเสาร์, พฤศจิกายน 7, 2026
หน้าแรกทั่วไปรวบการ์ดหัวร้อนชกหน้า รปภ.คาสนามบิน ภาพวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน

รวบการ์ดหัวร้อนชกหน้า รปภ.คาสนามบิน ภาพวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน

- 

อ่านข่าวนี้กดที่นี่

รวบการ์ดหัวร้อนชกหน้ารปภ.คาสนามบินภาพวงจรปิดจับภาพได้ชัดเจน

ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงประตู 4 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารขาเข้า จับภาพได้ในขณะที่มีชายแต่งกายชุดสูทสีดำไว้ผมเกรียนคล้ายกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินปรี่เข้าไปชกเข้าที่ใบหน้าของเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานนายหนึ่งเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนเจ้าหน้าที่นายนี้ถึงกับเซถอยหลัง จากนั้นเจ้าที่รปภนายอื่นได้เข้าห้ามปรามและวิทยุแจ้งศูนย์สุวรรณภูมิเพื่อขอกำลังเสริมจากชุดเคลื่อนที่เร็วของศูนย์ปฏิบัติการพิเศษท่าอากาศยานเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวชายคนดังกล่าวมายังสภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเข้าสู่ขบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย

เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6พ.ย.67 ล่าสุดที่สภ.ส่วนหน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผู้สื่อข่าวรายงาน หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยการท่าและผู้เกี่ยวข้อง พาตัว
จ่าอากาศเอก ธนกฤต อายุ 47 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิ คนที่ถูกชายคนดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นาย วรวิทย์ ชันยา อายุ 41 ปี ชายชุดสูทสีดำตามภาพวงจรปิด มาแจ้งความร้องทุกข์กับทางพนักงานสอบสวนของสภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายวรวิทย์ ในข้อหา ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ในขณะปฎิบัติหน้าที่

จ่าอากาศเอก ธนกฤต เล่าให้ฟังว่า ตนเองเข้าเวรปฎิบัตหน้าที่ดูแลและรักษาความปลอดภัยรวมถึงการจราจรที่หน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้า ซึ่งเข้าเวรตั้งแต่แปดนาฬิกาที่ผ่านมา ขณะกำลังเข้าเวรตั้งแต่เช้ามาก็สังเกตว่ามีรถตู้ Toyota Alphard สีดำคันหนึ่งมาจอดรอรับลูกค้าบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีการวนมาจอดรถรับหลายครั้ง ตอนแรกก็ไม่ได้เข้าไปห้ามปราบเพราะเห็นว่าช่วงเวลานั้นรถและการจราจรไม่มาก จนกระทั่งช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุไม่นาน เป็นช่วงที่การจราจร คับคลั่ง และเห็นว่ารถตู้คันนี้มาจอดเกินเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการจราจรติดขัดตนจึงเดินไปตะโกนบอกให้เลื่อนรถออกจากจุดดังกล่าว ซึ่งตอนนั้นสังเกตว่ามีชายแต่งกายคล้ายกรา์ดนั่งอยู่ที่เบาะคนขับและภายในรถรวม3คน ด้วยความที่คนขับเขานั่งปิดประตูและปิดกระจกในรถตนจึงต้องตะโกนเสียงดังหลายครั้งทำให้ชายคนขับหรือคู่กรณีไม่พอใจเดินลงมาชกเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ยืนยันตนเองไม่ได้หยาบคายใส่หรือเข้าไปหาเรื่องคู่กรณีก่อน เพียงแต่ทำตามหน้าที่เท่านั้น

ด้าน นางสาว ยัสมิน มูซอ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกนายที่อยู่ตรงนั้น ออกมายืนยันว่าฝ่ายของเจ้าหน้าที่รปภ.ไม่ได้ใช้คำหยาบคายอะไร ตอนแรกต้นก็เดินไปไร่ก่อนเขาก็บอกว่าขอแป๊บเดียวลูกค้ามาแล้ว ต้นก็ไม่ได้อะไรหลังจากนั้นหัวหน้าก็เดินไปไล่อีกรอบนึง ตามที่หัวหน้าบอก หัวหน้าก็ไม่ได้หยาบคายอะไรเลย แค่ขึ้นเสียงแต่ก็ไม่ได้หยาบคายอะไร เพราะว่าไหนจะเสียงรถเสียงแตรเสียงนกหวีด ถ้าไม่เสียงดัง ถ้าพูดเบาๆเขาก็ไม่ได้ยิน เพราะเขาปิดกระจกรถ ก่อนที่เขาจะลงมาจากรถคนเดียวแล้วทำร้ายหัวหน้า โดยปกติตรงชานชาลาสามารถมารับผู้โดยสารได้แต่ต้องให้ผู้โดยสารมารอที่ข้างหน้า ไม่สามารถจอดรอจอดคอยได้ ก็คือรถมาถึงก็ต้องขึ้นเลย แต่ฝ่ายนั้นจะขอจอด

ส่วน นาย วริวทย์ การ์ดหัวร้อน ที่ก่อเหตุครั้งนี้ ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเราว่าตนเองยอมรับว่าพลาดที่ลงมือก่อเหตุจริง โดยตนเองและเพื่อนที่เป็นการ์ดด้วยกันมาทำหน้าที่รอรับลูกค้า VIP ต่างชาติ แต่อ้างว่า อีกฝ่ายใช้ถ้อยคำค่ออข้างหยาบคาย มาแจ้งว่าให้ตนขยับรถออกทันที ตอนนั้นตนพยามขอว่าขอจอดรอลูกค้าอีกไม่เกินสองนาที แต่คู่กรณีบอกว่าไม่ได้ให้ออกเลย ถามว่าจุดดังกล่าวทราบหรือไม่ถึงกฎระเบียบของสนามบิน เจ้าตัวบอกว่าทราบดี แต่จะขอความร่วมมือและความสะดวกนิดเดียว เพราะลูกค้าเดินพ้นประตูกำลังจะถึงรถแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอม แล้วถามกลับมาใส่ตนว่าแล้วมึงจำทำไม ตนจึงตอบกลับไปว่า แล้วมึงจะมีอะไรกับกู ทำให้เขาเดินวนมาหาตนเองข้างรถอีกฝั่ง ตนเองก็ลงจากรถเดินวนหาเขาเช่นกัน จนกระทั่งมาเจอกันที่ฝั่งขวาของรถ ซึ่งอีกฝ่ายเดินปี่เข้ามาหาแล้วชนตนเอง จึงทำให้ตนเองหัวร้อนขึ้นมาชกเข้าที่ใบหน้าของคู่กรณีไปหนึ่งครั้ง ตามสัญชาตยานของคนทำงานรักษาความปลอดภัย พอชกไปครั้งหนึ่งตนเองก็ถอยออกมาตั้งหลัก เพราะตนเองไม่มีเจตนาจะทำร้ายเขา แต่ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทีมข่าวเราไปมานั้น ขัดแย้งจากความกล่าวอ้างของ นายธนกฤต ซึ่งพบว่าหลังจากที่เปิดฉากชกใส่หน้าเจ้าหน้าที่แล้วครั้งหนึ่ง เจ้าตัวยังไม่หยุดและเป็นฝ่ายเดินปรี่เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ต่อ หลังจากนั้นในระหว่างที่เจ้าหน้าที่นายอื่นพยามแยกทั้งสองฝ่ายออกห่างกัน แต่นายธนกฤตยังตามไปชกเข้าอีกครั้ง จนต้องกันตัวออกมาอย่างวุ่นวายท่ามกลางสายตาของ VIP ของเขาและผู้โดยสารท่านอื่นคาสนามบิน ยอมรับว่าที่ชกไปนั้น เพื่อเป็นการป้องกันตัว

เบื้องต้นทางด้านพนักงานสอบสวนได้เชิญทั้งสองฝ่ายสอบปากคำอย่างละเอียด และแจ้งข้อกล่าวหาต่อ นายวรวิทย์ คือ ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ในขณะปฎิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลตามขบวนการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว กริชแก้ว ศิริมงคล
ผู้สื่อข่าว จ.สมุทรปราการ

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์