คณะรัฐมนตรีมีมติเพิ่มกรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองผ่าน “โครงการบ้านล้านหลัง” โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปล่อยสินเชื่อแก่ประชาชนให้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาซื้อขายไม่เกิน 1.2 ล้านบาท
ปัจจุบันมีผู้ยื่นขอสินเชื่อจนใกล้เต็มกรอบวงเงินโครงการแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 ธอส. ได้อนุมัติสินเชื่อโครงการบ้านล้านหลังแล้ว 52,514 ราย เป็นเงิน 39,522.37 ล้านบาท จากวงเงินโครงการรวม 50,000 ล้านบาท และเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาและอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ ดังนี้
ปรับชื่อเป็น โครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2) พร้อมปรับกรอบวงเงินโครงการเพิ่มจำนวน 20,000 ล้านบาท ทำให้วงเงินโครงการบ้านล้านหลัง รวมทั้งสิ้น 70,000 ล้านบาท
ธอส. ไม่กำหนดเกณฑ์รายได้ผู้กู้ เงินงวดผ่อนชำระรายเดือนไม่เกิน 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิต่อเดือน จากเดิมที่กำหนด ผู้กู้มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 25,000 บาท ผ่อนชำระรายเดือนไม่เกิน 1 ใน 2 ของรายได้สุทธิต่อเดือน และผู้กู้มีรายได้ต่อเดือนเกิน 25,000 บาท ผ่อนชำระรายเดือนไม่เกิน 1 ใน 3 ของรายได้สุทธิต่อเดือน
ปรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 1.99 ต่อปี เป็นเวลา 4 ปี (จากเดิมดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี สำหรับผู้กู้ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 25,000 บาท)
ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 หรือจนกว่า ธอส. ให้สินเชื่อจนเต็มวงเงิน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564
นอกจากนี้ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 700 ล้านบาท เพื่อชดเชยให้ ธอส. สำหรับส่วนต่างระหว่างรายได้ดอกเบี้ยรับตามแผนวิสาหกิจของ ธอส. กับรายได้ดอกเบี้ยรับจากโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งรัฐ (โครงการบ้านล้านหลัง ระยะที่ 2)
แหล่งที่มา:สวท.เลย
โดย:คชสีห์นิวส์ 54 https://www.kochasrinews.com








