วันพุธ, กันยายน 28, 2022
หน้าแรกต่างประเทศกระทรวงพลังงานกระทรวงที่โลกลืม?!

กระทรวงพลังงานกระทรวงที่โลกลืม?!

ฟังบทความข่าว

กระทรวงพลังงานกระทรวงที่โลกลืม?!

วันนี้ฟังอภิปรายงบประมาณมาตรา 18 กระทรวงพลังงานของสภาผู้แทนราษฎร ยินดีที่ได้ฟังส.ส อภิปรายเกี่ยวกับราคาพลังงานในประเทศไทย โดยตั้งข้อสงสัยว่าราคาน้ำมันเบนซิน และดีเซลของไทยแพงกว่าเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และพม่าทั้งที่พม่าไม่ได้ผลิตน้ำมันสำเร็จรูปเองด้วยซ้ำแต่ไฉนราคาน้ำมันถูกกว่าบ้านเรา

ยังมีการเอ่ยถึงกระทรวงพลังงานว่าเป็นกระทรวงที่โลกลืม แทบไม่มีคนรู้ว่ากระทรวงนี้มีไว้ทำอะไรและในยามวิกฤตเช่นนี้ยังปล่อยให้ราคาพลังงานแพงทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า พลอยทำให้ค่าขนส่งและราคาสินค้าแพงซ้ำเติมประชาชนอยู่แบบนี้

แม้ว่าการอภิปรายในสภาจะเปลี่ยนราคาน้ำมันไม่ได้ แต่อย่างน้อยเริ่มมีการตั้งคำถามกันบ้าง กระทรวงที่โลกลืม ไม่ต้องสนว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรี แต่สามารถคงราคาน้ำมันที่ให้ประโยชน์กลุ่มทุนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ก็เป็นที่พอใจของรัฐบาลและกลุ่มทุนประชารัฐก็เพียงพอแล้ว ใช่หรือไม่

ดิฉันขอเพิ่มเติมสิ่งที่ท่านผู้แทนราษฎรไม่ได้เอ่ยถึงสาเหตุน้ำมันแพง
1. การปั่นราคาเอทานอล และดีเซลบี100 ให้แพงกว่าราคาตลาดโลก และแพงกว่าน้ำมันจากฟอสซิลคือเบนซิน กับดีเซล ไม่มีคนสงสัยบ้างหรือว่าเอทานอลผลิตจากกากน้ำตาล มันสำปะหลัง ราคาลิตรละ25.68บาท แพงกว่าเบนซิน95 ที่เป็นน้ำมันจากฟอสซิล และยังมีประสิทธิภาพต่ำกว่าเบนซิน30% เมื่อเอามาเติมในเบนซินที่มีราคาแค่ 16.76 บาท ทำให้น้ำมันผสมแพงขึ้น ส่วนบี100 ราคาลิตรละ 39.19บาท มาเติมในน้ำมันดีเซลที่มีราคา17.04 บาท ย่อมทำให้น้ำมันดีเซลราคาถูกแพงขึ้น
2. เมื่อเอาน้ำมันเอทานอลจากกากน้ำตาลและมันสำปะหลัง และเอาน้ำมันปาล์มบี100 ที่มีราคาแพงกว่าน้ำมันฟอสซิลมาเติมให้ของถูกแพงมีราคาแพงขึ้น และล้วงกระเป๋าประชาชนเอาเงินมาใส่กองทุนน้ำมัน และเอากองทุนน้ำมันมาชดเชยน้ำมันเบนซินผสมเอทานอล และน้ำมันดีเซลมาผสมบี100 ให้มีราคาแพงขึ้น สิ่งที่ผิดปกติเช่นนี้ไม่มีใครโวย เพราะสิ่งผิดปกติถูกทำจนกลายเป็นความปกติ การล้วงกระเป๋าประชาชนมาชดเชยเอทานอล และบี100 ราคาแพง เป็นสิ่งที่ควรทำต่อไปอีกนานเท่าไหร่ ทั้งที่พฤติการณ์เช่นนี้ควรจะเรียกว่าเป็นการปล้นกลางแดด ใช่หรือไม่ คนปกติมองไม่เห็นความผิดปกติเช่นนี้ หรือว่าแดดจ้าจนแสบตาเลยมองไม่เห็นการปล้น ใช่หรือไม่
3. เก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันสูงเกินสมควร โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ประชาชนลำบาก รัฐบาลของพล.อ ประยุทธ์ ได้อานิสงส์ที่ราคาน้ำมันดิบลดต่ำลง แต่ไม่ยอมลดราคาน้ำมันถือโอกาสรีดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเต็มที่แทนราคาน้ำมันที่ลดลงไป ทำให้ภาษีสรรพสามิตในยุคท่านประยุทธ์ เก็บได้ปีละ2แสนกว่าล้านบาท ประชาชนขอให้ท่านลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงไปลิตรละ5บาท ราคาน้ำมันจะลดได้ทันที ลิตรละ5บาท ดีกว่าเอาเงินกู้มาแจกที่แจกอย่างไรก็ไม่ทั่วถึง แต่ถ้าลดราคาน้ำมันลง5บาทต่อลิตร ประชาชนทุกคนจะได้รับอานิสงส์หมดทั้งประเทศ
4. เมื่อลดราคาน้ำมันลิตรละ5บาทแล้ว ต้องให้กระทรวงพาณิชย์กำกับราคาสินค้าอุปโภค บริโภคให้ลดราคาลงด้วย
5. ฝากรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานโลกลืม ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจด้วยว่า อย่ามัวแต่ดีใจว่าแอปเป๋าตังที่ท่านมีส่วนคิด มีคนนิยมมาก ขอให้ไปช่วยจัดการลดราคาน้ำมันที่สาเหตุทำให้แพงด้วย เผื่อกระทรวงนี้จะได้เป็นกระทรวงโลกจำได้โดยหยุดรีดเงินจากกระเป๋าประชาชนบ้าง จะได้หรือไม่

รสนา โตสิตระกูล
20 สิงหาคม 2564 

ติดตามข่าวสารผ่าน Line สำนักข่าวคชสีห์นิวส์

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ผู้อำนวยการสำนักข่าว

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์

W3Schools