วันอังคาร, กันยายน 27, 2022
หน้าแรกการศึกษา"อย่ายอมให้ความวางใจ ต้องแลกด้วย ‘สินบน’"

“อย่ายอมให้ความวางใจ ต้องแลกด้วย ‘สินบน’”

ฟังบทความข่าว

อย่ายอมให้ความวางใจ ต้องแลกด้วย ‘สินบน’ โดย ศศิประภา ล่นที นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ สาขาวิชานโยบายสังคมและการพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คอลัมน์ลงมือสู้โกง หนังสือพิมพ์ แนวหน้า“ใครๆ เขาก็ทำกัน” เป็นคำพูดติดปากที่คุ้นเคยของใครหลายๆ คน ที่มักพูดเวลาทำอะไรบางอย่างโดยที่ไม่มั่นใจว่า สิ่งๆ นั้นเป็นการกระทำที่ถูกหรือผิด และไม่ได้คำนึงถึงกฎระเบียบของสังคม แต่รู้ไหมว่าความคุ้นเคยหรือคำพูดที่ว่า “ใครๆ เขาก็ทำกัน” ที่ว่านั้น สามารถสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงในการพัฒนาประเทศได้ผู้อ่านลองสังเกตได้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยๆในหน่วยงานบริการของรัฐ เช่น การให้ของขวัญกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อขอให้ดำเนินการให้เร็วขึ้นหน่อย ยุ่งยากน้อยลงหน่อย หรือ หน่วยงานบางแห่งก็มีคนคืนคอยรับบริการจัดการความยุ่งยากต่างๆ เหล่านี้ให้แทนเลย ซึ่งเราก็ยอมรับและทำกันเป็นเรื่องปกติ นั่นอาจมาจากความคิดว่า ใครๆ ก็ทำกัน ทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ ก็รู้อยู่ว่ามันคือการคอร์รัปชันในรูปแบบ “สินบน” ซึ่งผิดกฎหมายจากพฤติกรรมดังกล่าว จึงน่าชวนให้ตั้งคำถามว่า ทำไมประชาชนอย่างพวกเราต้องยอมที่จะหลับตาข้างหนึ่ง ทำในสิ่งที่เราก็รู้ว่าผิดและบ่นกับปัญหานี้อยู่ทุกวัน เพื่อให้ได้รับในสิ่งที่ประชาชนก็ควรจะได้อยู่แล้ว หรือจะเป็นเพราะ ความคิดว่าคอร์รัปชันไม่สามารถแก้ไขได้ ใครๆ เขาก็ทำกันมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว จึงสิ้นหวังและไม่เชื่อมั่นว่าประชาชนทั่วไปอย่างตนจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงอยู่ที่ก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ประชาชนจำนวนมากอาจยังไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาความขาดประสิทธิภาพในการทำงานของหน่วยงานรัฐบางหน่วยมากนัก เพราะเคยชินกับระบบโครงสร้างและปัญหาคอร์รัปชันอยู่แล้ว แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ทำให้คนไทยตระหนักชัดว่า สินบนที่ใครๆ ก็ทำกันนั้น ฆ่าคนได้ ไม่ว่าจะเป็นสินบนที่เปิดให้คนผ่านเข้าเมืองอย่างไม่ถูกกฎหมาย สินบนจากการเปิดบ่อนต่างๆ จนเกิดเป็นคลัสเตอร์ที่แพร่เชื้อลุกลามจนถึงเวลานี้ติดตามมาด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานสารเคมีครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ ทำให้อีกหลายคนเห็นภาพชัดๆ ว่าตึกอาคารต่างๆ ที่สร้างมาอย่างไม่มีมาตรฐานหรือตั้งผิดแผนผังเมือง เพราะอาจมีสินบนเกี่ยวข้อง อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตคนจำนวนมากได้จากบทความเรื่อง ปราบโกงอย่างไร สินบนถึงได้งอกงาม : มุมมองจากเศรษฐศาสตร์อุตสาหกรรม ของ คุณฉัตร คำแสง ได้กล่าวถึงกรณีการขอใบอนุญาตภาครัฐในเชิงเศรษฐศาสตร์ว่า สามารถมองการติดต่อระหว่างประชาชน (หรือภาคธุรกิจ) กับภาครัฐเป็นตลาดสินค้าชนิดหนึ่ง คือ “ตลาดใบอนุญาตภาครัฐ” ซึ่งเป็นตลาดผูกขาดรายเดียว เนื่องจากภาครัฐเป็นผู้ผูกขาดด้านกฎระเบียบขณะที่ประชาชนเป็นผู้บริโภคจำนวนหลายราย กล่าวคือ “รัฐเป็นผู้ผูกขาดทางกฎหมาย” ประชาชนไม่สามารถหาใบอนุญาตหรือการยินยอมตามกฎหมายต่างจากผู้อื่นที่ไม่ใช่รัฐ และวิธีการขอใบอนุญาตกับรัฐในบางหน่วยงาน มักจะมีวิธีการโดยใช้ความคุ้นเคยที่ใครๆ ก็ทำกัน บ้างก็เรียกว่าเป็นธรรมเนียมที่ควรปฏิบัติเพื่อขอความเห็นใจ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ขออย่างง่าย และไม่ต้องรอนาน นั่นก็คือ “การติดสินบน” ถ้าเรามีเงินหรือทรัพย์สินตอบแทนก็ไม่มีอะไรต้องกังวลว่าคำขอของเรานั้นจะไม่ผ่านการอนุญาต หรือต้องรอนานกว่าจะได้ใบอนุญาตมาครอบครอง แต่ถ้าเราไม่มีสินน้ำใจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อช่วยดำเนินการให้เลย อาจจะไม่สามารถวางใจได้ว่าคำขอของเราจะถูกพิจารณาหรือไม่ ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ และถ้าจำนวนประชาชนที่ต้องการขอใบอนุญาตรัฐมีจำนวนหลายราย ก็เปรียบเสมือนการแข่งขัน ที่จุดมุ่งหมายของผู้เข้าแข่งขันคือใบอนุญาตจากรัฐ ผู้ที่เป็นตัวเต็งในการแข่งขันก็คงหนีไม่พ้นผู้ที่ได้ให้สินบน หรือสินน้ำใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ช่วยเหลือในการดำเนินเรื่องมาถึงในตอนนี้ผู้อ่านคงพอทราบแล้วว่า ช่องโหว่ที่เป็นสาเหตุของการคอร์รัปชัน และกลายเป็นความเคยชินระหว่างประชาชนและหน่วยงานรัฐ คือ การที่ประชาชนไม่สามารถไว้วางใจหน่วยงานรัฐได้โดยปราศจากการให้สินน้ำใจ หรือติดสินบน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอย่างน้อยเจ้าหน้าที่รัฐจะช่วยเหลือได้แน่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดคอร์รัปชันในประเทศไทย ที่หลายคนต่างคิดเห็นตรงกันว่า ถ้าปัญหานี้ถูกแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศก็จะสามารถพัฒนาไปได้อีกไกลผู้เขียนจึงอยากพาผู้อ่านไปลองดูแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันของประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราการเกิดคอร์รัปชันต่ำ ว่าประเทศเหล่านั้นมีการแก้ปัญหาการคอร์รัปชันระหว่างประชาชนและหน่วยงานรัฐอย่างไรบ้าง และมีการไว้วางใจซึ่งกันและกันหรือไม่ ที่น่าสนใจคือกลุ่มประเทศนอร์ดิก เช่น ประเทศเดนมาร์ก ฟินแลนด์ และ สวีเดน ถือเป็นกลุ่มประเทศมีระดับคอร์รัปชันต่ำกว่าไทยมาก จึงน่าสนใจที่จะนำแนวทางการบริหารของประเทศเหล่านี้มาเป็นแนวทางในการพัฒนาการบริหารจัดการกับประเทศไทยจากการศึกษาพบว่ากลุ่มประเทศเหล่านี้มีจุดร่วมในการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชัน ที่เรียกว่า “TRUST – The Nordic gold” โดยคำว่า “gold” เป็นการเปรียบเทียบถึงทรัพยากรที่จำเป็นในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันนั้นก็คือ“ความเชื่อมั่นและไว้วางใจทางสังคม” ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสำคัญมาเป็นเวลานานในกลุ่มประเทศนอร์ดิก โดยมีแนวทางดังนี้หนึ่ง กลุ่มประเทศนอร์ดิกมีการจัดตั้งสมาคมภาคประชาสังคมอยู่หลายกลุ่ม คอยทำหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และเป็นพื้นที่ให้กับประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียนผลกระทบที่ได้รับจากการทำงานของรัฐบาล และสอง รัฐบาลมีแนวทางที่มุ่งเน้นการสร้างความไว้วางใจในการทำงาน ด้วยทัศนคติที่เปิดกว้าง มีการเจรจาระหว่างสมาคมภาคประชาสังคมกับรัฐบาลอยู่หลายครั้ง ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันทำงานเพื่อสร้างความไว้วางใจทางสังคม และยังระบุถึงความไว้วางใจในสังคมที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอีกด้วยว่า ความเชื่อมั่นและไว้วางใจทางสังคมนั้นสามารถลดต้นทุนในการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้เป็นผลทำให้กลุ่มประเทศนอร์ดิกเป็นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่มีอัตราการเกิดคอร์รัปชันต่ำมาโดยตลอด (Dagfinn Høybraten, 2017)จากข้อมูลข้างต้นเราอาจจะพอเห็นทางออกของปัญหาที่พูดถึงกันอยู่นี้ได้ คือ คือ การที่ประชาชนทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยในสิ่งที่ผิดปกติในทำงานของรัฐได้ และรัฐจะต้องสร้างความไว้วางใจโดยการทำงานอย่างเปิดเผย ตรวจสอบ สามารถติดตามได้ และสร้างพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความเห็นในการทำงานของหน่วยงานรัฐโดยไม่ผิดกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันจากการเจรจาแก้ไขระหว่างรัฐและประชาชน และนำไปสู่ความเชื่อใจซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ให้เรื่องคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ควรยอมรับได้หรือเคยชินอีกต่อไปประชาชนคนไทยอย่างพวกเราอย่าเพิ่งสิ้นหวัง ขอให้มีความกล้าที่จะร่วมกันเปลี่ยนแปลง เริ่มจากปัจจุบันที่ประเทศไทยเริ่มมีเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถมีส่วนร่วมในการส่งเสียงและตรวจสอบการทำงานของรัฐได้อย่างสะดวกขึ้นแล้ว เช่น เว็บไซต์ ACT Ai (https://actai.co) ที่ช่วยให้เราตรวจสอบข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ได้ หรือจะสื่อออนไลน์อย่างเพจเฟซบุ๊ค “ต้องแฉ” ที่ให้ประชาชนอย่างพวกเราทุกคนสามารถส่งเรื่องราวหรือเหตุสงสัยการทุจริตคอร์รัปชัน และร่วมกันหาคำตอบ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความเคยชินและความไม่วางใจ ทำให้เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของการคอร์รัปชันที่เป็นโคลนติดล้อจนยากที่จะสลัดออก

Cr.naewna.com

ติดตามข่าวสารผ่าน Line สำนักข่าวคชสีห์นิวส์

#เอมหาชัย
#เอมหาชัยhttps://www.kochasrinews.com
ผู้อำนวยการสำนักข่าว

ข่าวยอดนิยมในสัปดาห์

W3Schools