25 พฤศจิกายน ย้อนเหตุการณ์วันสวรรคต รัชกาลที่ 6

25

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ของรัชกาลที่ 6 ทางราชการกำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันมหาธีรราชเจ้า และวันวชิราวุธ

ย้อนไปเมื่อ 96 ปีก่อน ชาววังและหมู่แพทย์หลวง ประจำพระองค์รัชกาลที่ 6 รับรู้กันว่าทรงมีพระโรคประจำพระองค์ เกิดจากการผ่าตัดไส้ติ่ง ขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และทรงเริ่มมีพระอาการเบาหวานเข้าแทรก

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2468 ทรงเสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล บรรยายการเข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 6 ไว้ว่า “…วันนั้นข้าพเจ้ากลับบ้านมาราวบ่าย 2 โมงเศษ ได้พูดกับพี่น้องว่า วันพระสุรเสียงในหลวงเบาผิดปกติ รู้สึกว่าท่านทรงเพลีย ๆ อย่างไรชอบกล แต่ก็ไม่มีใครนึกคิดว่าอะไรต่อไป…”

กลางเดือนพฤศจิกายน แม้ล่วงพ้นช่วงเข้าพรรษาแล้ว “…ในคืนนั้น ฝนตกหนักจนน้ำท่วมเจิ่งตรงหน้าอัฒจันทร์พระที่นั่งจักรี ถึงพวกสามีต้องอุ้มภรรยาลงจากรถไปพระที่นั่ง…”

ฝนที่ตกหนัก น้ำฝนที่รั่วลงมาตรงนพปฎลมหาเศวตฉัตร ที่กางกั้นพระที่นั่งพุดตานถมบรมราชอาสน์ประจำท้องพระโรง เป็นลางร้ายที่ชาววังกล่าวขานต่อกัน

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2468 ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงประชวรกะทันทัน นายพลตรี พระยาดำรงแพทยาคุณ (ชื่น พุทธิแพทย์) ตรวจพระอาการและถวายพระโอสถ แต่พระอาการไม่ทุเลาลง กลับเสียดพระอุทร ต้องถวายพระโอสถระงับความเจ็บปวด จากนั้นทรงเริ่มมีพระอาการไข้

ม.จ.พูนพิศมัย ทรงนิพนธ์ สะท้อนบรรยากาศไว้ว่า “…เจ้าคุณศรีเสนา ผู้เป็นเลขานุการของเสด็จพ่อ เดินมาที่เรือนแล้วเรียกข้าพเจ้าไปกระซิบที่หน้าต่างว่า ในหลวงเป็นอะไรก็ไม่รู้ กระทรวงวังเขามาตามในกรมเข้าไปแล้ว ดูดินฟ้าอากาศสิ ใบไม้ไม่ไหวสักใบเดียว ข้าพเจ้าแหงนหน้าขึ้นดูอากาศ ซึ่งไม่มีแดด ไม่มีมีลม ไม่มีเสียงอะไรเลยสักสิ่งเดียว รู้สึกเหมือนโลกหยุดไปเพียง 1-2 นาที แล้วตกใจนิดหน่อย แต่ก็เชื่อว่า คงไม่ทรงเป็นอะไรเกินกว่าที่จะรักษาได้ พอเที่ยงเศษ เสด็จพ่อ เสด็จกลับมาเสวยกลางวัน ก็ตรัสบอกว่า ในหลวงประชวรมาก เข้าเข้าไปฟังพระอาการกันแล้ว”

พระอาการของ ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรุดหนักลงมากในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2468 เจ้าพระยารามราฆพ เฝ้ากราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีพระประสูติการ พระราชธิดา ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า “ก็ดีเหมือนกัน”

วันรุ่งขึ้น 25 พฤศจิกายน 2468 เจ้าคุณพระประยูรวงศ์ อุ้มเจ้าฟ้าแรกประสูติไปที่ห้องบรรทม แล้วส่งให้เจ้าพระยารามฯ เชิญเสด็จเข้าไปถวายในพระที่ ในหลวงทรงทอดพระเนตรพระราชธิดา ทรงวางพระหัตถ์ ลงบนพระอุระพระราชธิดา จากนั้นก็บรรทมหลับ

กลางดึกคืนวันที่ 25 พฤศจิกายน 2468 เวลาประมาณ 1.45 นาฬิกา เสียงร้องให้ก็ระงมขึ้นจากห้องบรรทม…และความทุกข์โศกสลดก็กระจายทั่วทั้งแผ่นดิน

ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์ ไว้ว่า รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชนิยม และสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ในพระราชวงศ์จักรีไว้ อย่างน้อย 20 ประการ

1.โรงเรียนวชิราวุธ มีพระราชประสงค์จะให้เป็น public school ของอังกฤษ เมื่อจบแล้วออกไปรับราชการในราชสำนัก ฝึกหัดเป็นมหาดเล็กหลวง

2.มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ทรงใช้เงินที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ในรัชกาลที่ 5 พร้อมพระราชทานที่ดินของพระคลังข้างที่ทั้งผืน

3.ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ นามสกุล เป็นครั้งแรก

4.ทรงสร้างพระพุทธรูป ถวายพระนามว่า “พระร่วงโรจน์ฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนิยบพิตร์”

5.ทรงตั้งคณะ “ลูกเสือ”

6.สร้างเรือรบ “พระร่วง” เรือหลวงลำแรกในประวัติศาสตร์ไทย จัดตั้งราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

7.สร้างสะพานพระราม 6 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำในพระนครเป็นอันแรก

8.พระที่นั่งอนันตสมาคม แล้วเสร็จมีการขึ้นพระที่นั่ง ในงานเฉลิมพระชนมพรรษา 3 รอบ

9.ทรงสร้างพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

10.ทรงขยายพระตำหนักพญาไท ตามแบบที่ทรงออกแบบเอง

11.ทรงสร้างเมืองเล็กเรียกว่า ดุสิตธานี ขึ้นในสวนที่พระราชวังพญาไท

12.เปิดใช้การประปา

13.โปรดให้เลิกโรงหวย โรงบ่อน

14.เลิกใช้ฝรั่งเดินรถและเรือไฟในทางราชการ

15.ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ ไม่น้อยกว่า 160 เล่ม

16.ให้ผู้หญิงไว้ผมยาวและนุ่งผ้าซิ่น

17.ทรงเปลี่ยนธงช้างเป็นธงไตรรงค์

18.ทรงเปลี่ยนคำปลายของเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็น “ชัยโย” จากคำเก่า ที่ลงท้ายว่า “ฉนี้”

19.โปรดให้จัดงานรื่นเริง-งานเลี้ยงแต่งแฟนซี การแสดงละคร

20.ทรงยกเลิกธรรมเนียม การถวายรายชื่อหญิงบรรดาศักดิ์ 12 พระกำนัล เพื่อทรงใช้สอยหลังพิธีบรมราชาภิเษก

พระราชกิจประจำวัน ตามที่ “ม.จ.พูนพิศมัย” บันทึกไว้คือ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตื่นบรรทมราว 11-12.30 นาฬิกา ทรงหนังสือราชการ เสวยพร้อมด้วยข้าราชบริพาร ทรงกีฬาเทนนิส แบดมินตัน ทรงพระอักษร ตอนค่ำมักจะมีข้าราชการเข้าร่วมโต๊ะเสวย (ตามที่เจ้าพระยารามฯเห็นชอบ) ซ้อมละคร ทรงไพ่ bridge…ทรงไดอารี่”..